วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2555

คำเป็น คำตาย ในภาษาไทย

สรุปลักษณะคำเป็นคำตายในภาษาไทย


คำเป็น
   มีลักษณะดังต่อไปนี้
.คำที่ประสมด้วยสระเสียงยาวไม่มีตัวสะกด  เช่น  แม่  ปู  ตาดี  สีซอ
.คำที่มีตัวสะกดแม่กง  กน  กม  เกย  เกอว  เช่น  เสียง  เวียน  คุณ  โครมคราม  บ่ายคล้อย  เขียว  ขาว
.คำทีประสมด้วยสระ  อำ  ไอ  ใอ  เอา  เพราะมีเสียงตัวสะกดแม่กม  เกย  เกอว  เช่น  ใจ  ดำ  น้ำไหล  เกาเหลา

คำตาย
   มีลักษณะดังต่อไปนี้
.คำที่ประสมด้วยสระเสียงสั้น  ไม่มีตัวสะกด  เช่น  ดุ  โปะ  กะทิ  เฉอะแฉะ 
.คำที่มีตัวสะกดแม่กก  กด  กบ  เช่น  นก  มัด  ภพ  ซุบซิบ  ผักกาด    




ก่อนจะเชื่อสิ่งใดให้ยั้งคิด

ก่อนจะเชื่อสิ่งใดให้ยั้งคิด

                      ก่อนจะเชื่อสิ่งใดให้ยั้งคิด                                  สติติดตามดูรู้วิถี
คำเขาบอกเรื่องเขาเล่าฟังเข้าที                                                 แต่ความจริงอาจไม่ดีดั่งวาจา
                      ได้ยลยินสิ่งใดอย่าใจร้อน                                  ค่อยผันผ่อนพินิจคิดค้นหา
ฟังแล้วตรองมองด้วยจิตพิจารณา                                            เห็นคุณค่าจึงค่อยดำเนินการ
                       เขาว่าดีดีอย่างไรให้รู้แน่                                  ใช่ดีแค่ปลายลิ้นยินคำหวาน
แม้นหลงเชื่อพลาดไปใจร้าวราน                                            จงคิดอ่านพิเคราะห์เหมาะหทัย
                       คำเขายอรอไว้หนาอย่าพึ่งเชื่อ                          อาจยอเพื่อให้หลงเพริดเตลิดใหญ่
ยอเพื่อผลเพื่อประโยชน์ใช่จริงใจ                                           หากรู้ทันยั้งได้ไม่หลงทาง 
                       โอม! พินิจพิจารณานำมาคิด                      น้อมนำจิตไม่กังวลหม่นหมองหมาง
สติมาปัญญามีเดินสายกลาง                                                   สงบสว่างมั่นดำรงสู่ธงชัย 

   (หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาไทย  ชุดภาษาเพื่อชีวิต  ภาษาพาที  ชั้นประถมศึกษาปีที่  ๔)

วันอังคารที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2555

เงินตราน่ารู้

                                   หลานจ๊ะ  หลานจ๋า  มาฟังยายเล่า
                          แต่ก่อนผู้เฒ่าในอดีตนานมา
                          สมัยสุโขทัยเขาใช้เงินตรา
                          แลกเปลี่ยนสินค้าซื้อมาขายไป
                          ตัวเงินนั้นเล่าเรียกว่าพดด้วง
                          ผู้คนทั้งปวงนิยมหยิบใช้
                          จับจ่ายใช้สอยซื้อของเล็กใหญ่
                          ผู้คนบ่าวไพร่ใช้มานานแสนนาน
                          สมัยอยุธยารัตนโกสินทร์
                          ใช้พดด้วงทั้งสิ้นดังคำกล่าวขาน
                          รัชกาลที่สี่โปรดเกล้าพระราชทาน
                          ให้ตั้งโรงงานผลิตเหรียญขึ้มา
                          เปลี่ยนจากพดด้วงมาเป็นเงินเหรียญ
                          เรียกเงินแปเวียนใช้เป็นเงินตรา
                          พ่อค้าต่างชาตินิยมนักหนา
                          ติดต่อเจรจาค้าขายกับไทย
                          นอกจากเงินเหรียญยังมีเงินกระดาษ
                          เขาจัดขนาดค่อนข้างแผ่นใหญ่
                          ตั้งชื่อเงินกระดาษเรียกว่าหมายไซร้
                          กำหนดค่าไว้สามถึงสิบตำลึง
                          พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
                          พระองค์โปรดเกล้าประกาศเป็นหนึ่ง
                          ให้เปลี่ยนจากหมายเป็นธนบัตรซึ่ง
                          ยังใช้มาถึงเวลาปัจจุบัน
                          ธนบัตรหนึ่งบาท  ห้าบาท  สิบบาท
                          ทั้งยี่สิบบาท  ห้าสิบ  หนึ่งร้อย
                          จำไว้หนูน้อย  ห้าร้อย  หนึ่งพัน
                          อีกทั้งเงินตราที่เป็นเหรียญนั้น
                          มีไว้ใช้กันหนึ่งสลึงขึ้นไป
                          หลานจ๊ะ  หลานจ๋า  ยายเล่าเท่านี้
                          หลานจงยินดีรู้เรื่องเงินไทย
                          แม้เพียงหนึ่งสลึงอดออมเอาไว้
                          อนาคตจะได้อยู่สุขสมบูรณ์


                          


            



         



         
     

ขนมไทยไร้เทียมทาน

ขนมแม่เอ๊ย...

          ขนมแม่เอ๊ย  เชิญมาทางนี้                                  ขนมอร่อยดี  อยู่ทางนี้จ้า
ขอเชิญ  พ่อแม่  ทั้งหลาย                                             คุณตาคุณยาย  คุณปู่คุณย่า
คุณลุง  พี่ป้า  น้าอา                                                      เชิญเร่เข้ามา  เลือกซื้อขนม

          ขนมไทยนั้นมีหลายอย่าง                                  เรียกชื่อต่างต่าง  มาซิมาชม
หม้อแกง  ขนมชั้น  ลูกชุบ                                           อีกขนมกรอบกรุบ  ครองแครงมีถม
ปลากริมไข่เต่า  บัวลอย                                             กลีบลำดวน  แสนอร่อย  หวานหอมชวนดม
สังขยา  กาละแม  กระยาสารท                                   อร่อยเฉียบขาด  ถั่วเขียว  ลูกบัวต้ม
ทองหยิบ  ทองหยอด  เม็ดขนุน                                 ฝอยทอง  รสละมุน  กลิ่นกรุ่นรื่นรมย์
ขนมเทียน  บ้าบิ่น  สำปันนี                                        ขนมแป้งจี่  ลืมกลืน  เพลินอม
กล้วยบวชชี  เปียกปูน  ทับทิมกรอบ                           ซ่าหริ่ม  ของชอบ  วุ้นสีสวย
จ่ามงกุฎ  โสมนัส  ถ้วยฟู                                           ถั่วดำ  สาคู  ลอยแก้ว  ไม่จม
ตะโก้  เรไร  ดูซิ                                                         ลอดช่องน้ำกะทิ  ถั่วกวน  ทรงกลม
เสน่ห์จันทน์  หยกมณี  แสนสวย                               ข้าวต้มมัดไส่กล้วย  ของแม่ค้าตาคม
ชิมแล้วอร่อยถูกใจ                                                   เชิญมาอุดหนุนใหม่  ขนมไทยน่านิยม
  



                                                                 


                                                                       
                                                                  
             
                      

โวหาร


๑.พรรณนาโวหาร
    มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ภาพพจน์  หรือให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกคล้อยตาม  ผู้เขียนจะเล่าเรื่องราวอย่างละเอียด  โดยใช้ถ้อยคำที่สร้างจินตนาการและสื่อความหมาย  ทำให้ผู้อ่านเห็นภาพในใจและเกิดอารมณ์  ลักษณะการใช้ภาษาจึงมีการเล่นคำเล่นเสียง  และให้ภาพพจน์  อาจใช้อุปมาโวหารร่วมด้วย

๒.บรรยายโวหาร
    เป็นกลวิธีการเขียนบรรยายหรือเล่าเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งจะต้องลำดับความคิด  และเขียนเรียบเรียงให้อ่านได้เข้าใจอย่างชัดเจน  นอกจากนี้จะต้องรู้จักใช้ถ้อยคำภาษาที่เหมาะสม  ไม่กำกวม  มีการลำดับประโยคและใจความที่จะต้องสื่อความหมายตามที่ผู้เขียนต้องการ

๓.เทศนาโวหาร
    ใช้เขียนแสดงความคิดเห็น  สั่งสอน  เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจและรู้สึกนึกคิดคล้อยตามผู้เขียน  การเขียนเทศนาโวหารจึงใช้โวหารต่างๆ  ประกอบกัน  ทั้งบรรยายโวหาร  พรรณนาโวหาร  สาธกโวหารและอุปมาโวหาร

๔.สาธกโวหาร
    คือโวหารที่ยกตังอย่าง  หรือเรื่องราวที่ยกมาอาจเกี่ยวกับบุคคล  เหตุการณ์  หรือเป็นนิทานก็ได้  ข้อความที่เป็นสาธกโวหารนี้ต้องปรากฏร่วมกับโวหารชนิดอื่นๆ เช่น  เทศนาโวหาร  หรืออธิบายโวหาร